วิธีดูแลผิวหน้า การดูแลผิวหน้า จาก Vichy Mag

ดูแลปัญหาริ้วรอยแห่งวัย และความหมองคล้ำกับวิชี่ ลิฟแอ็คทีฟ เปปไทด์-ซี แอมพูล (Vichy LiftActiv Peptide-C Ampoule)

ดูแลปัญหาริ้วรอยแห่งวัย และความหมองคล้ำกับวิชี่ ลิฟแอ็คทีฟ เปปไทด์-ซี แอมพูล (Vichy LiftActiv Peptide-C Ampoule)

ก่อนจะเริ่มทำความรู้จักกับ Vichy LiftActiv Peptide-C Ampoules เรามาทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับผิว ริ้วรอยก่อนวัยกันก่อนดีกว่า ถ้าหากเพื่อน ๆ ส่องกระจกแล้วพบว่าเริ่มมีริ้วรอยโผล่มาให้กังวลใจกันบ้างแล้วใช่ไหม หรือริ้วรอยบางบริเวณก็ดูชัดขึ้นเรื่อย ๆ หรือเปล่า บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับปัญหาริ้วรอยกันมากยิ่งขึ้น และแอบบอกเคล็ดลับหน้าอ่อนกว่าวัยที่หลาย ๆ คนอยากรู้เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน หรือเริ่มปรับวิถีชีวิตอย่างจริงจังเพื่อป้องกันริ้วรอยมาทักทายก่อนวัยให้ได้เอาไปดูแลตัวเองกัน

การศึกษาในต่างประเทศมีการศึกษาปัจจัยของความแก่ก่อนวัย โดยการนำแฝดหญิงคู่หนึ่งที่เกิดจากไข่ใบเดียวกัน หน้าตาเหมือนกันทุกประการ แต่เติบโตมาด้วยสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน แฝดคนหนึ่งอยู่ในเมือง ใช้ชีวิตอย่างเคร่งเครียด และมีพฤติกรรมสูบบุหรี่ ส่วนแฝดอีกคนหนึ่งนั้นตรงข้ามกันคือ ใช้ชีวิตในชนบท ไม่เคร่งเครียด และไม่สูบบุหรี่ ผลจากการศึกษานี้ตัดปัจจัยเรื่องของกรรมพันธุ์ออกไป ซึ่งก็จะเหลือเพียงผลของปัจจัยต่าง ๆ ที่แตกต่างกันตามไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ก็ทำให้ได้ข้อสรุปว่าปัจจัยรุกรานต่าง ๆ ที่คอยทำร้ายผิวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีศัพท์ทางวิทยาศาสตร์เรียกรวมว่า “เอ็กซ์โพโซม (exposomes)” นั้นทำให้ผิวแก่ก่อนวัย และทำร้ายปราการผิวให้อ่อนแอเมื่อเวลาผ่านไป การดูแลผิวจึงไม่ควรรอให้เกิดปัญหาก่อนแล้วจึงแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาริ้วรอยที่แก้ไขได้ยาก วันนี้วิชี่จะมาพูดถึงการดูแลผิวพรรณให้ความอ่อนเยาว์ ผิวดูเด็กอยู่คู่กับเราไปได้อย่างยาวนานมาฝากกันนะครับ

ปรับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันให้ดี ผิวดูเด็กลงได้

  1. สิ่งที่รับประทานมีความสำคัญต่อผิว

สาวๆ หลายคนอาจเคยชินกับการรับประทานอาหารตามใจตัวเอง เน้นความสะดวกรวดเร็วเป็นหลักจนละเลยสารสำคัญที่จะได้รับจากอาหารไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีน้ำตาลสูง เพราะน้ำตาลส่วนเกินที่บริโภคเข้าไปนั้นนอกจากจะสามารถเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้ดูอ้วนขึ้นแล้ว ยังส่งผลต่อคุณภาพของเส้นใยคอลลาเจน และอีลาสตินที่ทำหน้าที่ให้ความกระชับ ยืดหยุ่นกับผิวอีกด้วย ผลที่ตามมาคือเส้นใยเหล่านี้เสื่อมไวยิ่งขึ้น คุณภาพของผิวก็แย่ลง ผิวดูแก่ขึ้นก่อนวัย การรับประทานอาหารจึงควรเลือกอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูง ๆ เช่นผัก ผลไม้หลากหลายชนิด เพราะสารต้านอนุมูลอิสระก็จะสามารถช่วยลดผลเสียที่เกิดจากอนุมูลอิสระต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดปัญหาริ้วรอยก่อนวัยได้อีกด้วย ทีนี้แล้วสาวๆ ก็คงเลือกรับประทานมากขึ้นเพื่อสุขภาพผิวที่ดูอ่อนเยาว์แล้วนะครับ

  1. การออกกำลังกาย และการนอนหลับพักผ่อน

การออกกำลังกายนั้นมีความสำคัญนอกเหนือไปจากจะทำให้รูปร่าง และสุขภาพดีแล้ว ยังช่วยลดความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งความเครียดนี่เองที่เป็นสาเหตุของความแก่ นอกจากนี้การนอนหลับพักผ่อนที่มีประสิทธิภาพคือช่วงเวลา 22:00 – 02.00 น. เป็นช่วงที่โกรทฮอร์โมน (Growth Hormones) หลั่งออกมาเพื่อซ่อมแซมร่างกาย และผิวพรรณ จึงควรนอนพักผ่อนในช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อให้ผิวพรรณได้รับการซ่อมแซม และคงความอ่อนเยาว์ได้นานที่สุด

  1. เลือกสกินแคร์ที่ช่วยป้องกัน และลดเลือนริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มีการศึกษาพบว่ารังสียูวีนั้นเป็นสาเหตุของริ้วรอยบนใบหน้ามากถึง 80% เนื่องจากผลกระทบต่อผิวอย่างมากมาย เช่น ทำให้กระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ช้าลง (เหมือนผิวคนแก่) เร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายเส้นใยโปรตีน เช่น คอลลาเจน และอีลาสติน ทำให้ผิวย่อนคล้อย มีริ้วรอยก่อนวัย และอื่น ๆ อีกมากมายดังนั้นแล้วสาว ๆ จะละเลยผลิตภัณฑ์กันแดด (Sunscreen) ไปไม่ได้เลย และควรเลือกที่มีค่าการปกป้องสูงโดยมีค่า SPF (Sun Protection Factor) อย่างน้อย 30 ขึ้นไป และค่า PA +++/ หรือ ++++ และหลีกเลี่ยงการอาบแดด หรือการสัมผัสแดดจ้าเป็นเวลานาน หากเลี่ยงไม่ได้ควรทาสารกันแดดเพิ่มทุก ๆ 2 ชั่วโมง นอกจากการป้องกันแล้ว ผิวยังควรได้รับสารสำคัญอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติในการช่วยลดเลือนริ้วรอยได้เป็นอย่างดี ในที่นี้จะยกตัวอย่างสารสำคัญที่มีความนิยม และโดดเด่นในปัจจุบันมาให้ทราบกัน

  • วิตามินเอ และอนุพันธ์ของวิตามินเอ (Vitamin A and Derivatives)

วิตามินเอ เป็นสารสำคัญทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติหลากหลายที่มีประโยชน์ต่อผิว ทั้งในแง่ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ (Keratinocytes) รวมถึงช่วยปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสิวอุดตันอีกด้วย แต่ประสิทธิภาพมักมาพร้อมกับผลข้างเคียงที่มีทั้ง แสบ แดง แห้ง ลอก และอาการสิวดันตามมาในช่วงแรกทำให้หลายๆ คนเลือกใช้กลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอแทน เนื่องจากผลข้างเคียงที่ลดลงนั่นเอง จึงเป็นที่มาของความนิยมเลือกใช้เรตินอล (Retinol) ในยุคปัจจุบัน

  • วิตามินซี (Vitamin C)

วิตามินซีที่เราเห็นกันบ่อย ๆ มักอยู่ในรูปของอาหารเสริม ที่ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่สูงป้องกันโรคหวัดได้เป็นอย่างดี แต่หลายๆ คนอาจยังไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้ววิตามินซีที่เรารับประทานเข้าไปก็สามารถกระจายเข้ามาที่ผิวของเราได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวหนังชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) โดยจะมีหน้าที่รับมือกับอนุมูลอิสระที่มากระทบผิวในแต่ละวัน ซึ่งก็จะค่อยๆ พร่องไป แต่การกระจายของวิตามินซีมาที่บริเวณผิวหนังนั้นก็ต้องผ่านกระบวนการของร่างกายหลากหลายขั้นตอน ทำให้ความเข้มข้นที่ผิวได้รับนั้นไม่แน่นอน และยังขึ้นกับชนิดของอาหารที่รับประทานอีกด้วย แต่หากใช้วิตามินซีในรูปแบบทา ก็จะทำให้ระดับของวิตามินซีที่ผิวได้รับนั้นเข้มข้น และตรงจุดมากกว่า นอกจากคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว วิตามินซียังมีคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์บางชนิด (Tyrosinase Enzyme) ที่เซลล์เมลาโนไซต์ ทำให้การผลิตเม็ดสีเมลานินลดลง ผลคือผิวพรรณกระจ่างใสยิ่งขึ้น จุดด่างดำ รอยดำ รอยแดงต่าง ๆ แลดูจางลง นอกจากนี้เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง จากการศึกษามากมายพบว่ามีผลในการช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจน และอีลาสตินที่ช่วยให้ผิวมีความกระชับ และยืดหยุ่นยิ่งขึ้นอีกด้วย ดังนั้นวิตามินซีจึงเป็นสารยอดนิยมในยุคปัจจุบันที่กำลังมาแรง ที่มีคุณสมบัติรอบด้านเลยทีเดียว

  • เปปไทด์ (Peptides)

สารเปปไทด์นั้นมีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ และช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่นมากขึ้น แต่ในปัจจุบันพบว่ามีการศึกษามากมายยืนยันถึงผลลัพธ์ของเปปไทด์ว่าช่วยลดลเลือนริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง โดยเข้าไปประตุ้นเซลล์ไฟโบบลาสต์ (fibroblast) ให้ผลิตสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินเพิ่มมากขึ้น ผลลัพธ์คือผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น ริ้วรอยแลดูตื้นขึ้น

            วิชี่เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ใช้ส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพสูง และใช้หลักการทำงานร่วมกันของสารหลาย ๆ ชนิดเพื่อช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ หนึ่งในนั้นคือผลิตภัณฑ์ “วิชี่ ลิฟแอ็คทีฟ เปปไทด์-ซี แอมพูล (Vichy LiftActiv Peptide-C Ampoule)”

รีวิวเจาะลึก วิชี่ ลิฟแอ็คทีฟ เปปไทด์-ซี แอมพูล (Vichy LiftActiv Peptide-C Ampoules)

บรรจุภัณฑ์ (Packaging)

ความประทับใจแรกนั้นคือแพ็กเกจจิ้งที่มาในรูปแบบ “แอมพูล (Ampoule)” ซึ่งแพ็กเกจจิ้งนี้เริ่มมีการใช้แรก ๆ ในวงการแพทย์ เนื่องจากบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบนี้มีความปลอดภัยสูงมากเพราะเป็นสุญญากาศ จึงปลอดภัยจากการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ สิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ลงไปในผลิตภัณฑ์ ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นไม่จำเป็นต้องใส่สารกันเสียเลย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้ขึ้นมาอีกหนึ่งสเต็ป นอกจากนี้ยังชะลอการเสื่อมสลายของสารสำคัญต่าง ๆ เนื่องจากเป็นแก้วสีชาจึงช่วยลดการทำปฏิกิริยากับรังสียูวีได้ เรียกได้ว่านอกจากวิชี่จะพัฒนาเรื่องสารสำคัญแล้ว ยังพัฒนารูปแบบของแพ็กเกจจิ้งให้มีความสดใหม่ ทุกวันที่เปิดใช้ ให้ผู้ใช้ได้รับประสิทธิภาพจากผลิตภัณฑ์อย่างเต็มที่ นับว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากจริง ๆ ครับ

สารสำคัญในผลิตภัณฑ์  (Active Ingredients)

               ‘วิชี่ ลิฟแอ็คทีฟ เปปไทด์-ซี แอมพูล’ นั้นขนทัพสารสำคัญมาถึง 4 ชนิดด้วยกันซึ่งเรียกได้ว่าตอบโจทย์ปัญหาผิวทั้งผิวที่มีริ้วรอย , ความหมองคล้ำ และผิวที่แห้งกร้านไม่มีน้ำมีนวล ซึ่งสามารถจบทุกปัญหาผิวแก่ก่อนวัยได้จริง ๆ ในผลิตภัณฑ์เดียว

  1. เปปไทด์ คอมเพล็กซ์ (Rice and Lupin Bio-peptides)

    มีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ และลดเลือนริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. วิตามินซีบริสุทธิ์ (Pure Vitamin C)

    ช่วยปรับโทนสีผิวให้แลดูกระจ่างใส และสม่ำเสมอ รวมถึงช่วยลดจุดด่างดำ รอยดำ รอยแดงให้ดูจางลง และช่วยลดเลือนริ้วรอย
  3. ไฮยาลูรอน 2 ขนาดโมเลกุล (2 sizes Hyaluron Molecules)

    ช่วยให้ชุ่มชื่น เด้ง นุ่มยิ่งขึ้น
  4. น้ำแร่วิชี่ (Vichy Mineralizing Water)

    อุดมด้วยแร่ธาตุมากถึง 15 ชนิด ช่วยเสริมพื้นฐานปราการผิวให้แข็งแรง ปกป้องผิวจากปัจจัยรุกรานต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

สาว ๆ คนไหนที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลปัญหาริ้วรอย ไปพร้อม ๆ กับความหมองคล้ำ อยากผิวเด้ง ผิวดูเด็กลง ลองเลือกวิชี่ ลิฟแอ็คทีฟ เปปไทด์-ซี แอมพูลไปดูแลผิวได้นะครับ เพราะเค้าผ่านการพิสูจน์ผลลัพธ์ทางคลินิกมาแล้วว่าในระยะเวลาเพียง 4 สัปดาห์ ทั้งปริมาณริ้วรอย, ความลึก และพื้นที่ของริ้วรอยลดลงอย่างชัดเจน รวมถึงโทนสีผิวก็มีความสม่ำเสมอ และกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น และนอกจากการดูแลผิวพรรณด้วยสกินแคร์ดี ๆ แล้ว ก็อย่าลืมปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ผิวเรียบเนียน ไร้ริ้วรอยกันทุก ๆ วันนะครับ

 

เภสัชกร ปรัชพันธ์ จิราธรวราพัฒน์

ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชสำอาง